มะเร็งของต่อมธัยรอยด์ เป็นโรคที่พบที่น้อย พบได้ในคนทุกอายุ แต่จะพบมากในเด็กและคนหนุ่มสาว และพบมากในคนที่เคยได้รับ รังสีรักษา (ฉายแสง) ที่บริเวณคอเมื่อตอนเป็นเด็ก
สามารถแบ่งเป็นหลายชนิด ซึ่งมีความรุนแรงแตกต่างกันไป
อาการ
ผู้ป่วยจะมีอาการคอพอก (คอโต) แต่มักจะเป็นก้อนแข็ง ๆ ซึ่งอาจเป็นก้อนเดี่ยว ๆ หรือหลายก้อนก็ได้ ผิวไม่ค่อยเรียบ และขยับไปมาไม่ค่อยได้ มักจะไม่มีอาการเจ็บปวดแต่อย่างไร (ยกเว้นในรายที่มีเลือดออกเข้าไปในก้อนมะเร็งอาจทำให้มีอาการปวดคล้ายต่อธัยรอยด์อักเสบได้) ต่อมน้ำเหลืองที่ข้างคออาจโตร่วมด้วย
บางคนอาจมีอาการเสียงแหบ
ในรายที่ก้อนโตเร็ว อาจโตกดหลอดลม หรือหลอดอาหาร ทำให้หายในหรือกลืนลำบาก
ต่อมธัยรอยด์ของผู้ป่วยส่วนมากจะยังทำงานได้เป็นปกติ
007 spy pro 3.7 crack
การรักษา
หากสงสัย ควรส่งโรงพยาบาล อาจต้องตรวจเลือดทำสะแกนธัยรอยด์ หรือตรวจพิเศษอื่น ๆ ถ้าพบว่าเป็นมะเร็งจริง อาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัด หรือใช้รังสีรักษา (ฉายแสง) และให้ผู้ป่วยกินฮอร์โมนธัยรอยด์ทดแทนไปจนตลอดชีวิต
ผลการรักษาขึ้นกับชนิดของมะเร็งและระยะของโรค ถ้าเป็นชนิดไม่ร้ายแรงและตรวจพบในระยะแรก อาจรักษาให้หายขาดได้
ข้อแนะนำ
1. ถ้าพบคอพอกมีลักษณะเป็นก้อนแข็ง ผิวขรุขระ เสียงแหบ หรือมีต่อมน้ำเหลืองที่ข้างคอโตร่วมด้วย ควรสงสัยว่าเป็นมะเร็งของต่อมธัยรอยด์ และควรส่งผู้ป่วยไปโรงพยาบาลโดยเร็ว
2. อาการต่อมธัยรอยด์โตเป็นก้อนเฉพาะแห่ง (โดยส่วนอื่น ๆ ของต่อมธัยรอยด์เป็นปกติ) ส่วนมากจะมีสาเหตุที่ไม่ร้ายแรง เช่น เป็นถุงน้ำของธัยรอยด์ (Thyroid Cyst) ซึ่งจะมีลักษณะค่อนข้างนุ่ม, หรืออาจเป็นเนื้องอกชนิดธรรมดา (Thyroid adenoma) ซึ่งมีลักษณะไม่แข็งมาก
มีเพียงส่วนน้อยที่อาจเป็นมะเร็ง
อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยที่มีก้อนที่คอ ควรแนะนำให้ไปปรึกษาแพทย์ทุกราย และเมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าไม่ใช่มะเร็งก็ขอให้สบายใจได้ การรักษาก้อนของธัยรอยด์ที่ไม่ใช่มะเร็ง ถ้าก้อนขนาดเล็ก อาจไม่ต้องทำอะไร แต่ถ้าก้อนโตมาก อาจต้องผ่าตัด
คอพอกที่เป็นก้อนแข็ง ผิวขรุขระ
หรือมีเสียงแหบร่วมด้วย อาจเป็นมะเร็งต่อมธัยรอยด์
|