เกี่ยวกับเรา
  คลินิกเครือข่าย
สาขาปากเกร็ด(clinic)
สาขาดินแดง (clinic)
สาขาเกษตร(clinic)
สาขาบางชัน(clinic)
สาขาพระโขนง(clinic)
สาขาบางโพ(clinic)
สาขารัชดา(clinic)
สาขาเซ็นต์หลุยส์(clinic)

  บริการของเรา
ตรวจรักษาโรคทั่วไป
ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
x-ray มาตรฐาน
ตรวจ Lab
ห้องตรวจภายในสตรี
ห้องศัลยกรรมย่อย

  ตรวจสุขภาพกับเรา
  โปรโมชั่นพิเศษ
  สมัครงาน
  ติดต่อเรา
  สำนักงานประกันสังคม
  แนะนำเว็บไซต์
  ความรู้ทั่วไป

ฝาก email เพื่อรับข่าวสารจากเรา
รับข่าวสารจากเรา
ยกเลิกรับข่าวสาร

 
อาคารเซ็นทรัลเมดิก  223/11
ถ.ประชาราษฎร์บำเพ็ญ
ห้วยขวาง  กรุงเทพ  10310
Tel. +(66) 2692-5000
อัตโนมัติ 20 สาย
Fax. +(66) 2692-5990


   
คอพอกเป็นพิษ (Toxic goiter/ Hyperthyroidism)

     คอพอกเป็นพิษ เป็นโรคที่พบได้ค่อนข้างบ่อย พบได้ทุกวัย แต่จะพบบ่อยที่สุดในช่วงอายุระหว่าง 20-40 ปี พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ประมาณ 5 เท่า
    โรคนี้มักมีอาการเรื้อรังนานเป็นปี ๆ บางคนอาจหายได้เอง แต่ก็อาจกำเริบได้อีก ถ้าหากไม่ได้รับการรักษาอาจเป็นอันตรายร้ายแรงได้
    บางรายอาจพบว่ามีญาติพี่น้องเป็นโรคนี้ด้วย

สาเหตุ
    ปกติ ต่อมธัยรอยด์จะสร้างฮอร์โมนภายใต้การควบคุมของต่อมใต้สมอง กล่าวคือ ถ้าต่อมธัยรอยด์ทำงานได้น้อย ต่อมใต้สมองจะหลั่งฮอร์โมน
ออกมากระตุ้นให้ต่อมธัยรอยด์ทำงานมากขึ้น แต่ถ้าต่อมธัยรอยด์ทำงานได้มากเกินไป ต่อมใต้สมองก็จะลดการหลั่งฮอร์โมนกระตุ้นต่อมธัยรอยด์ ทำให้ต่อมธัยรอยด์ทำงานน้อยลง (สู่ระดับปกติ)
    ในคนที่เป็นโรคคอพอกเป็นพิษ จะพบว่าต่อมธัยรอยด์ทำงานมากเกินไป โดยอยู่นอกเหนือการควบคุมของต่อมใต้สมอง ทำให้มีการหลั่งฮอร์โมน ธัยรอยด์ (ไทร็อกซีน) ออกมาในกระแสเลือดเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะไปกระตุ้นให้เซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายทำงานมากผิดปกติ เกิดอาการไม่สบาย
ต่าง ๆ
    ส่วนสาเหตุที่ทำให้ต่อมธัยรอยด์เสียสมดุลในการทำงานนั้น ยังไม่ทราบแน่ชัด เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาภูมิแพ้ต่อตัวเอง หรือออโตอิมมูน (autoimmune) เช่นเดียวกับโรคเอสแอลอี (111)
    โรคนี้พบว่ามีความสัมพันธ์กับปัจจัยทางเพศ (ผู้หญิงเป็นมากกว่าผู้ชาย) ทางกรรมพันธุ์ (พบมีญาติพี่น้องเป็นร่วมด้วย) และความเครียดทาง
จิตใจ

อาการ
    ผู้ป่วยจะมีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ มือสั่น (โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาทำงานละเอียด เช่น เขียนหนังสือ งานฝีมือ) ใจหวิวใจสั่น
    มักจะมีความรู้สึกขี้ร้อน คือ ชอบอากาศเย็นมากกว่า อากาศร้อน เหงื่อออกง่าย (ฝ่ามือจะมีเหงื่อชุ่มตลอดเวลา)
     น้ำหนักตัวจะลดลงรวดเร็ว โดยที่ผู้ป่วยกินได้ปกติ หรืออาจกินจุขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ ทั้งนี้เพราะร่างกายมีการเผาผลาญอาหารมาก
    ผู้ป่วยมักมีลักษณะอยู่ไม่สุข ชอบทำโน่นทำนี่ บางทีดูเป็นคนขี้ตื่น หรือท่าทางหลุกหลิก หรือาจมีอาการหงุดหงิด โมโหง่าย
    บางคนอาจมีอาการถ่ายเหลวบ่อย คล้ายท้องเดินหรืออาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียน
    บางคนอาจมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง แขนขาไม่มีแรงกลืนลำบาก หรือมีภาวะอัมพาตครั้งคราวจากโพแทสเซียมในเลือดต่ำ (78)
    ผู้หญิงบางคนอาจมีประจำเดือนน้อยหรือขาดประจำเดือน

สิ่งตรวจพบ
    ผู้ป่วยมักจะมีอาการคอพอก คลำดูมีลักษณะหยุ่น ๆ เมื่อใช้เครื่องฟังฟังที่ต่อมธัยรอยด์ อาจได้ยินเสียงฟู่ (bruit) บางรายอาจไม่เห็นอาการ คอโต ชัดเจนก็ได้
    ชีพจรมักจะเต้นเร็ว ประมาณ 100-130 ครั้งต่อนาที และอาจเต้นไม่สม่ำเสมอ
    ความดันช่วงบน มักจะสูงกว่าปกติ
    อาจมีอาการมือสั่น (ตรวจโดยบอกให้ผู้ป่วยเหยียดแขนไปข้างหน้า ให้ขนานกับพื้น และกางนิ้วมือออก ถ้าเห็นไม่ชัด ให้ใช้แผ่นกระดาษบาง ๆ
วางไว้บนมือ ดูว่ากระดาษสั่นหรือไม่)
    ผิวหนังมักมีลักษณะเรียบนุ่ม และมีเหงื่อชุ่ม
    บางคนอาจมีลักษณะตาโปน หรือหนังตาบนหดรั้งขึ้นไป ทำให้เห็นตาขาวข้างบนชัด (เลยดูคล้ายกับกำลังจ้องตาดูอะไร หรือตาดุ)
    บางคนอาจมีอาการฝ่ามือแดง

อาการแทรกซ้อน
    ถ้าไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจวาย (98), โรคหัวใจขาดเลือด (96), โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ (97) โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ผู้สูง อายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง หรือมีภาวะผนังหลอดเลือดแดงแข็งอยู่ก่อน
    บางคนอาจมีอาการของอัมพาตครั้งคราว (78)
    ในรายที่ตาโปนมาก ๆ อาจทำให้กระจกตาดำเป็นแผลและตาบอดได้
    ในรายที่เป็นรุนแรง อาจเกิดภาวะวิกฤติจากต่อมธัยรอยด์ (Thyroid crisis) มีอาการไข้สูงและช็อก ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ก็จะเป็นอันตรายถึงตายได้

การรักษา
    หากสงสัย ควรส่งโรงพยาบาล
    ควรวินิจฉัยด้วยการเจาะเลือดตรวจหาระดับของฮอร์โมนไทร็อกซีน สงสัย ควรส่งโรงพยาบาล