| |
|
|
|
 |
| โรคขาดวิตามินเอ/เกล็ดกระดี่ขึ้นตา (Vitamin A deficiency) |
โรคขาดวิตามินเอ ยังพบได้ในท้องที่ชนบทบางแห่ง (พบบ่อยทางภาคอีสาน) และในเด็กที่ยากจน มักจะพบในเด็กวัยแรกเกิดถึงอายุ 5 ปี เกิดจาการกินอาหารที่มีวิตามินเอน้อยไป เช่น กิจแต่นมข้นหวาน กล้วยบด และข้าวโดยไม่ได้อาหารเสริมอื่น ๆโรคนี้มักจะพบร่วมกันไปกับโรคขาดอาหาร (130) บางคนอาจเป็นหลังจากเป็นโรคติดเชื้อ (เช่น หัด ปอดอักเสบ) หรือท้องเดินเรื้อรัง
ในผู้ใหญ่พบได้น้อย ถ้าพบมักมีสาเตุจากโรคอื่น ๆ เช่น โรคตับเรื้อรัง โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง เป็นต้น มีผลทำให้การดูดซึมวิตามินเอน้อยลง
ภาวะขาดวิตามินเอ ทำให้ประสาทตาส่วนที่เรียกว่า จอตา หรือ เรตินา (retina) เสื่อม ทำให้เยื่อบุตาแห้งและต่อมน้ำตาไม่ทำงาน จึงอาจทำให้เด็กที่เป็นโรคนี้ตาบอดได้ ดังที่ชาวบ้านรู้จักกันดีกว่าเป็น โรคเกล็ดกระดี่ขึ้นตา
อาการ
เริ่มแรกจะมีอาการตาฟางหรือมองไม่เห็นเฉพาะตอนกลางวัน หรือในที่มืด ๆ (แต่มองเห็นเป็นปกติในเวลากลางวันและในที่สว่าง ๆ) เนื่องจากจอตาเริ่มเสื่อม ต่อมาเยื่อตาขาวแห้ง เมื่อเป็นมากขึ้น เยื่อตาขาวจะย่นอยู่รอบ ๆ กระจกตาดำดูคล้ายเกล็ดปลา และกระจกตาดำซึ่งปกติสะท้อนแสงวาววับ จะแห้งและไม่มีประกาย ตาขาวจะเปลี่ยนเป็นสีเทาหรือสีเงิน เห็นเป็นจุดใหญ่ทางด้านหางตาเรียว่า จุดบิทอตส์ (Bitot's spot) หรือ เกล็ดกระดี่ อาจเป็นที่ตาทั้ง 2 ข้าง ถ้ารักษาในระยะนี้ จะแก้ได้ทัน แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้กระจกตาจะเกิดการอ่อนตัว เป็นแผลและเกิดรูทะลุมีเชื้อโรคเข้าไปในลูกตา ทำให้เกิดการอักเสบภายในลูกตา ตาบอดได้ ถ้าเป็นในระยะนี้ โอกาสหายก็มีน้อย
ในเด็กเล็กมักตรวจพบเมื่อมีการอ่อนตัวของกระจกตาดำแล้ว จะพบหนังตาบวม ปิดตาแน่น ๆ ไม่ยอมลืมตา
การรักษา
1. เมื่อเริ่มมีอาการตาบอดกลางคืน หรือเริ่มมีเกล็ดกระดี่ขึ้นตา ให้กินวิตามินเอชนิดแค็ปซูล (ขนาด 25,000 ยูนิต) วันละ 2 ครั้ง ๆ ละ 1-2 แค็ปซูล เป็นเวลา 3-5 วัน (ในเด็กเล็กควรฉีดแค็ปซูลให้กิน) พร้อมกับให้ วิตามินรวม ชนิดน้ำเชื่อม 1 ช้อนชาวันละ 3 ครั้ง ถ้ามีวิตามินเอชนิดฉีดให้ขนาด 1 แสนยูนิตฉีดเข้ากล้ามเนื้อที่สะโพกครั้งเดียว เพิ่มเติมจากยากินดังกล่าว
หรือถ้าไม่มียาวิตามินเอชนิดแค็ปซูลหรือขนิดฉีดให้กินวิตามินรวมชนิดน้ำเชื่อม 1 ช้อนชาวันละ 3 ครั้ง หรือน้ำมันตับปลา (1,000 ยูนิต) วันละ 3 ครั้ง ๆ ละ 2-5 เม็ด ร่วมกับกินอาหารที่มีวิตามินเอ นาน 2-3 เดือน
2. ถ้าไม่ดีขึ้นใน 1 สัปดาห์ หรือมีอาการอ่อนตัวของกระจกตาดำให้ส่งโรงพยาบาล
3. ถ้ามีการติดเชื้ออักเสบ ให้ส่งโรงพยาบาลทันที ระหว่างที่เดินทางอาจให้กินวิตามินเอชนิดแค็ปซุลหรือฉีดวิตามินเอดังในข้อ 1 ร่วมกับให้กินยาปฏิชีวนะ เช่นเพนวี, แอมพิซิลลิน ถ้าเด็กปิดตาแน่น อย่าพยายามเปิดตาเด็ก เพราะอาจทำให้กระจกตาดำแตกทะลุได้
ข้อแนะนำ
โรคนี้เป็นแล้วทำให้ตาบอดได้ แต่เป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยการกินอาหารที่มีวิตามินเอสูง เช่น เนื้อ ตับ ไข่ นม ฟักทอง มะเขือเทศ มะละกอสุก ผักใบเขียว (ผักบุ้ง, ใบตำลึง, ใบมันสำปะหลัง) พริกที่เผ็ด ๆ จึงควรแนะนำให้เด็ก ๆ กินอาหารเหล่านี้ให้มากเป็นประจำ
ฟักทอง มะละกอสุก ผักบุ้ง ใบตำลึง
สามารถป้องกันโรคเกล็ดกระดี่ขึ้นตาได้
hasp emulator usage |
|
|