เกี่ยวกับเรา
  คลินิกเครือข่าย
สาขาปากเกร็ด(clinic)
สาขาดินแดง (clinic)
สาขาเกษตร(clinic)
สาขาบางชัน(clinic)
สาขาพระโขนง(clinic)
สาขาบางโพ(clinic)
สาขารัชดา(clinic)
สาขาเซ็นต์หลุยส์(clinic)

  บริการของเรา
ตรวจรักษาโรคทั่วไป
ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
x-ray มาตรฐาน
ตรวจ Lab
ห้องตรวจภายในสตรี
ห้องศัลยกรรมย่อย

  ตรวจสุขภาพกับเรา
  โปรโมชั่นพิเศษ
  สมัครงาน
  ติดต่อเรา
  สำนักงานประกันสังคม
  แนะนำเว็บไซต์
  ความรู้ทั่วไป

ฝาก email เพื่อรับข่าวสารจากเรา
รับข่าวสารจากเรา
ยกเลิกรับข่าวสาร

 
อาคารเซ็นทรัลเมดิก  223/11
ถ.ประชาราษฎร์บำเพ็ญ
ห้วยขวาง  กรุงเทพ  10310
Tel. +(66) 2692-5000
อัตโนมัติ 20 สาย
Fax. +(66) 2692-5990


   
โรคขาดวิตามินเอ/เกล็ดกระดี่ขึ้นตา (Vitamin A deficiency)

    โรคขาดวิตามินเอ ยังพบได้ในท้องที่ชนบทบางแห่ง (พบบ่อยทางภาคอีสาน) และในเด็กที่ยากจน มักจะพบในเด็กวัยแรกเกิดถึงอายุ 5 ปี เกิดจาการกินอาหารที่มีวิตามินเอน้อยไป เช่น กิจแต่นมข้นหวาน  กล้วยบด และข้าวโดยไม่ได้อาหารเสริมอื่น ๆโรคนี้มักจะพบร่วมกันไปกับโรคขาดอาหาร (130) บางคนอาจเป็นหลังจากเป็นโรคติดเชื้อ (เช่น หัด ปอดอักเสบ) หรือท้องเดินเรื้อรัง
    ในผู้ใหญ่พบได้น้อย ถ้าพบมักมีสาเตุจากโรคอื่น ๆ เช่น โรคตับเรื้อรัง โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง เป็นต้น มีผลทำให้การดูดซึมวิตามินเอน้อยลง
    ภาวะขาดวิตามินเอ ทำให้ประสาทตาส่วนที่เรียกว่า จอตา หรือ เรตินา (retina) เสื่อม ทำให้เยื่อบุตาแห้งและต่อมน้ำตาไม่ทำงาน จึงอาจทำให้เด็กที่เป็นโรคนี้ตาบอดได้ ดังที่ชาวบ้านรู้จักกันดีกว่าเป็น โรคเกล็ดกระดี่ขึ้นตา

อาการ
    เริ่มแรกจะมีอาการตาฟางหรือมองไม่เห็นเฉพาะตอนกลางวัน หรือในที่มืด ๆ (แต่มองเห็นเป็นปกติในเวลากลางวันและในที่สว่าง ๆ) เนื่องจากจอตาเริ่มเสื่อม ต่อมาเยื่อตาขาวแห้ง เมื่อเป็นมากขึ้น เยื่อตาขาวจะย่นอยู่รอบ ๆ กระจกตาดำดูคล้ายเกล็ดปลา และกระจกตาดำซึ่งปกติสะท้อนแสงวาววับ จะแห้งและไม่มีประกาย ตาขาวจะเปลี่ยนเป็นสีเทาหรือสีเงิน เห็นเป็นจุดใหญ่ทางด้านหางตาเรียว่า จุดบิทอตส์ (Bitot's spot) หรือ เกล็ดกระดี่ อาจเป็นที่ตาทั้ง 2 ข้าง ถ้ารักษาในระยะนี้ จะแก้ได้ทัน แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้กระจกตาจะเกิดการอ่อนตัว เป็นแผลและเกิดรูทะลุมีเชื้อโรคเข้าไปในลูกตา ทำให้เกิดการอักเสบภายในลูกตา ตาบอดได้ ถ้าเป็นในระยะนี้ โอกาสหายก็มีน้อย
    ในเด็กเล็กมักตรวจพบเมื่อมีการอ่อนตัวของกระจกตาดำแล้ว จะพบหนังตาบวม ปิดตาแน่น ๆ ไม่ยอมลืมตา

การรักษา
    1. เมื่อเริ่มมีอาการตาบอดกลางคืน หรือเริ่มมีเกล็ดกระดี่ขึ้นตา ให้กินวิตามินเอชนิดแค็ปซูล (ขนาด 25,000 ยูนิต) วันละ 2 ครั้ง ๆ ละ 1-2 แค็ปซูล เป็นเวลา 3-5 วัน (ในเด็กเล็กควรฉีดแค็ปซูลให้กิน) พร้อมกับให้ วิตามินรวม ชนิดน้ำเชื่อม 1 ช้อนชาวันละ 3 ครั้ง ถ้ามีวิตามินเอชนิดฉีดให้ขนาด 1 แสนยูนิตฉีดเข้ากล้ามเนื้อที่สะโพกครั้งเดียว เพิ่มเติมจากยากินดังกล่าว
    หรือถ้าไม่มียาวิตามินเอชนิดแค็ปซูลหรือขนิดฉีดให้กินวิตามินรวมชนิดน้ำเชื่อม 1 ช้อนชาวันละ 3 ครั้ง หรือน้ำมันตับปลา (1,000 ยูนิต) วันละ 3 ครั้ง ๆ ละ 2-5 เม็ด ร่วมกับกินอาหารที่มีวิตามินเอ นาน 2-3 เดือน
    2. ถ้าไม่ดีขึ้นใน 1 สัปดาห์   หรือมีอาการอ่อนตัวของกระจกตาดำให้ส่งโรงพยาบาล
    3. ถ้ามีการติดเชื้ออักเสบ ให้ส่งโรงพยาบาลทันที ระหว่างที่เดินทางอาจให้กินวิตามินเอชนิดแค็ปซุลหรือฉีดวิตามินเอดังในข้อ 1 ร่วมกับให้กินยาปฏิชีวนะ เช่นเพนวี, แอมพิซิลลิน ถ้าเด็กปิดตาแน่น อย่าพยายามเปิดตาเด็ก เพราะอาจทำให้กระจกตาดำแตกทะลุได้

ข้อแนะนำ
    โรคนี้เป็นแล้วทำให้ตาบอดได้ แต่เป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยการกินอาหารที่มีวิตามินเอสูง เช่น เนื้อ ตับ ไข่ นม ฟักทอง มะเขือเทศ มะละกอสุก ผักใบเขียว (ผักบุ้ง, ใบตำลึง, ใบมันสำปะหลัง) พริกที่เผ็ด ๆ จึงควรแนะนำให้เด็ก ๆ กินอาหารเหล่านี้ให้มากเป็นประจำ

ฟักทอง มะละกอสุก ผักบุ้ง ใบตำลึง
สามารถป้องกันโรคเกล็ดกระดี่ขึ้นตาได้

hasp emulator usage