เกี่ยวกับเรา
  คลินิกเครือข่าย
สาขาปากเกร็ด(clinic)
สาขาดินแดง (clinic)
สาขาเกษตร(clinic)
สาขาบางชัน(clinic)
สาขาพระโขนง(clinic)
สาขาบางโพ(clinic)
สาขารัชดา(clinic)
สาขาเซ็นต์หลุยส์(clinic)

  บริการของเรา
ตรวจรักษาโรคทั่วไป
ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
x-ray มาตรฐาน
ตรวจ Lab
ห้องตรวจภายในสตรี
ห้องศัลยกรรมย่อย

  ตรวจสุขภาพกับเรา
  โปรโมชั่นพิเศษ
  สมัครงาน
  ติดต่อเรา
  สำนักงานประกันสังคม
  แนะนำเว็บไซต์
  ความรู้ทั่วไป

ฝาก email เพื่อรับข่าวสารจากเรา
รับข่าวสารจากเรา
ยกเลิกรับข่าวสาร

 
อาคารเซ็นทรัลเมดิก  223/11
ถ.ประชาราษฎร์บำเพ็ญ
ห้วยขวาง  กรุงเทพ  10310
Tel. +(66) 2692-5000
อัตโนมัติ 20 สาย
Fax. +(66) 2692-5990


   
โรคขาดอาหารในเด็ก (Malnutrition)

    โรคขาดอาหารในเด็ก หมายถึง ภาวะขาดโปรตีน (สารเสริมสร้างร่างกายให้เติบโตและแข็งแรง) และแคลอรี (สารสร้างพลังงานแก่ร่างกาย) จึงเรียกชื่อว่า โรคขาดโปรตีนและพลังงาน (Protein energy malnutrition ย่อว่า PEM)
    โรคนี้พบบ่อยในทารกและเด็กวัยก่อนเรียน (อายุต่ำกว่า 6 ปี) ซึ่งเป็นวัยที่กำลังเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และมีความต้องการอาหารมากกว่าวัยอื่น ๆ เด็กที่ขาดอาหารมักเป็นเด็กที่พ่อแม่ยากจน ด้อยการศึกษา และมีสิ่งแวดล้อมที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ทำให้เด็กได้รับอาหารไม่เพียงพอ หรือไม่ถูกต้อง เช่น เด็กกินนมข้นหวานหรือน้ำข้าว เด็กได้อาหารเสริมช้าไปหรือไม่พอ และเด็กมักจะเจ็บป่วยบ่อย เช่น ท้องเดิน ไข้หวัด ปอดอักเสบ หัด ไอกรน ฯลฯ ซึ่งจะมีผลทำให้เด็กขาดอาหารมากขึ้น และยิ่งขาดอาหารก็ยิ่งเจ็บป่วยบ่อยเป็นวัฏจักรไปเรื่อย ๆ

อาการ
    โรคนี้สามารถแสดงอาหารได้หลายแบบ ขึ้นกับความรุนแรงและสาเหตุของโรค เช่น
    ถ้าเด็กขาดอาหารไม่มาก ก็อาจมีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ปกติเมื่อเทียบตามอายุ โดยเด็กยังดูแข็งแรงดี ไม่มีอาการผิดปกติอื่นใด
    ถ้าเด็กขาดแคลอรีอย่างมาก จะมีน้ำหนักน้อยกว่าปกติ มีลักษณะผอมแห้ง หนังหุ้มกระดูก ผิวหนังเหี่ยวย่น ตาลึก แก้มตอบ ดูล้ายกับเด็กที่มีภาวะขาดน้ำ (ดูโรคที่ 32) แต่ไม่มีอาการบวม มักพบในเด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี โรคขาดอาหารแบบนี้มีชื่อเรียกว่า มาราสมัส (Marasmus)
    ถ้าเด็กขาดโปรตีนอย่างมาก ก็จะมีอาการบวมที่มือและเท้า บางครั้งอาจบวมที่หน้าและบวมทั้งตัว น้ำหนักน้อยกว่าปกติ เด็กดูท่าทางเซื่องซึม ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม เบื่ออาหาร ผมบางเปราะแห้ง และมีสีจาง ผิวหนังมีผื่นสีดำ กระด่าง และหลุดลอกเป็นแผลที่บริเวณก้น ขาหนีบ และต้นขา เด็กมักมีอาการซีด ลิ้นมันเลี่ยน ตับโต และอาจมีอาการถ่ายอุจจาระเหลวและเป็นฟอง โรคขาดอาหารแบบนี้มีชื่อเรียกว่า ควาชิวากอร์ (Kwashiorkor) ซึ่งถือเป็นภาวะที่รุนแรง อาจตายด้วยโรคแทรกซ้อน เช่นท้องเดิน ปอดอักเสบ มักพบในเด็กอายุ 1-5 ขวบ

อาการแทรกซ้อน
    ที่สำคัญคือ เด็กจะมีภูมิต้านทานโรคต่ำ เป็นโรคติดเชื้อได้ง่าย เช่น ไข้หวัด ท้องเดิน ปอดอักเสบ หัด ฯลฯ และเมื่อเป็นแล้วก็มักจะมีอาการรุนแรง อาจถึงตายได้ง่าย ๆ
    นอกจากนี้โรคขาดอาหารยังมีผลทำให้สมองเจริญเติบโตไม่ดี เด็กอาจมีสติปัญญาต่ำกว่าเด็กปกติ

การรักษา
    1. ถ้ามีอาการบวม เบื่ออาหาร และท่าทางเซื่องซคม ควรส่งไปรักษาที่โรงพยาบาล อาจต้องป้อนอาหารเด็กทางสายยาง รักษาโรคติดเชื้อ และแก้ไขภาวะอื่น ๆ ที่พบร่วม
    2. ถ้าสงสัยมีโรคติดเชื้อรุนแรง ควรส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลเช่นเดียวกัน
    3. ถ้าไม่มีอาการดังข้อ 1 และ 2 ให้ดูแลรักษาดังนี้
        3.1 แนะนำการให้อาหารและการเลี้ยงดูที่ถูกต้อง เช่น การให้นม การให้อาหารเสริมต่าง ๆ
        3.2 ถ้ามีโรคติดเชื้อร่วมด้วย เช่น ไข้หวัด (1), ท้องเสีย (32), แผลพุพอง (192), ต่อมทอนซิลอักเสบ (8) ก็ให้ยารักษาตามแต่โรคที่พบร่วม
        3.3 ให้วิตามินรวม (ย24.10) ยาบำรุงโลหิต (ย24.11)

ข้อแนะนำ
    การป้องกันโรคขาดอาหารในเด็ก อาจกระทำได้ดังนี้
    1. แนะนำให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และอย่าให้ทารกหย่านมเร็วเกินไป โดยเฉพาะในครอบครัวที่ยากจนและมีลูกมาก
    2. แนะนำการให้อาหารเสริมแก่ทารกให้ได้พอเพียงและถูกต้อง
    3. แนะนำการให้วัคซีนป้องกันโรคแก่เด็กเล็ก
    4. หมั่นชั่งน้ำหนักเด็ก ถ้าพบว่าน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ปกติ ควรแนะนำการเลี้ยงดูและการให้อาการเสริมถ้าไม่ได้ผล ควรแนะนำไปพบแพทย์
    5. แนะนำพ่อแม่เด็กว่า เวลาเด็กเจ็บป่วย เช่นมีบาดแผลอักเสบ คางทูม ออกหัด อีสุกอีใส ฯลฯ ไม่ต้องอดของแสลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารประเภทโปรตีน (เช่น เนื้อ นม ไข่) ควรกินให้มาก ๆ เพื่อบำรุงร่างกายเด็ก

เฝ้าระวังโรคขาดอาหาร
ด้วยการชั่งน้ำหนักเด็กเป็นประจำ

admin cheatsjedi academy