เกี่ยวกับเรา
  คลินิกเครือข่าย
สาขาปากเกร็ด(clinic)
สาขาดินแดง (clinic)
สาขาเกษตร(clinic)
สาขาบางชัน(clinic)
สาขาพระโขนง(clinic)
สาขาบางโพ(clinic)
สาขารัชดา(clinic)
สาขาเซ็นต์หลุยส์(clinic)

  บริการของเรา
ตรวจรักษาโรคทั่วไป
ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
x-ray มาตรฐาน
ตรวจ Lab
ห้องตรวจภายในสตรี
ห้องศัลยกรรมย่อย

  ตรวจสุขภาพกับเรา
  โปรโมชั่นพิเศษ
  สมัครงาน
  ติดต่อเรา
  สำนักงานประกันสังคม
  แนะนำเว็บไซต์
  ความรู้ทั่วไป

ฝาก email เพื่อรับข่าวสารจากเรา
รับข่าวสารจากเรา
ยกเลิกรับข่าวสาร

 
อาคารเซ็นทรัลเมดิก  223/11
ถ.ประชาราษฎร์บำเพ็ญ
ห้วยขวาง  กรุงเทพ  10310
Tel. +(66) 2692-5000
อัตโนมัติ 20 สาย
Fax. +(66) 2692-5990


   
โรคเก๊าท์ (Gout)

    โรคเก๊าท์ เป็นโรคปวดข้อเรื้อรังชนิดหนึ่งที่พบได้ไม่น้อย พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงประมาณ 9-10 เท่า ส่วนมากจะพบในผู้ชาย อายุ มากกว่า 30 ปีขึ้นไป ส่วนผู้หญิงพบได้น้อย ถ้าพบมักจะเป็นหลังวัยหมดประจำเดือน
    เป็นโรคที่มีทางรักษาให้หายได้ แต่ถ้าไม่ได้รับการรักษา อาจมีภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายได้

สาเหตุ
    เกิดจากร่างกายมีกรดยูริก (uric acid) มากเกินไป
    กรดยูริก เป็นของเสียที่เป็นผลมาจากการเผาผลาญสารเพียวรีน (purine ซึ่งมีมากในเครื่องในสัตว์ และเนื้อสัตว์) และการสลายตัวของเซลล์ในร่างกาย จึงเปนสิ่งทีพบได้เป็นปกติในเลือดของคนเรา และจะถูกขับออกไปทางไต แต่ถ้าหากว่าร่างกายมีการสร้างกรดยูริกมากเกินไปหรือ ไตขับกรดยูริกได้น้อยลง ก็จะทำให้มีกรดยูริกคั่งอยู่ในร่างกายมากผิดปกติ ซึ่งจะตกผลึกสะสมอยู่ตามข้อผิวหนัง ไต และอวัยวะอื่น ๆ ทำให้เกิดอาการไม่สบายต่าง ๆ
    ผู้ป่วยส่วนมากมีสาเหตุจากร่างกายสร้างกรดยูริกมากเกินไป เนื่องมาจากความผิดปกติทางกรรมพันธุ์ จึงมักพบมี
พ่อแม่ญาติพี่น้องเป็นโรคนี้ด้วย
    ส่วนน้อยอาจมีสาเหตุจากร่างกายมีการสลายตัวของเซลล์มากเกินไป เช่น โรคธาลัสซีเมีย (105), มะเร็งในเลือดขาว (106), การใช้ยารักษามะเร็งหรือฉายแสง เป็นต้น หรือ อาจเกิดจากไตขับกรดยูริกได้น้อยลง เช่น ภาวะไตวาย (134), ตะกั่วเป็นพิษ (220), ผลจาการใช้ยา ไทอาไซด์ (ย21) เป็นต้น

installshield warez free

อาการ
    มีอาการปวดข้อรุนแรงซึ่งเกิดขึ้นฉับพลันทันที ถ้าเป็นการปวดครั้งแรกมักจะเป็นเพียงข้อเดียว ข้อที่พบมากได้แก่ นิ้วหัวแม่เท้า (ส่วนข้อเท้า ข้อเข่า ก็อาจพบในผู้ป่วยบางราย) ข้อจะบวมและเจ็บมากจนเดินไม่ไหว ผิวหนังในบริเวณนั้นจะตึง ร้อนและแดง และจะพบลักษณะจำเพราะคือ ขณะที่อาการเริ่มทุเลา ผิวหนังในบริเวณที่ปวดนั้นจะลอกและคัน
    ผู้ป่วยมักเริ่มมีอาการปวดตอนกลางคืน และมักจะเป็นหลังดื่มเหล้าหรือเบียร์ (ทำให้ไตขับกรดยูริกได้น้อยลง) หรือหลังกินเลี้ยง หรือกินอาหารมากผิดปกติ หรือเดินสะดุด บางครั้งอาจมีอาการขณะมีภาวะเครียดทางจิตใจ เป็นโรคติดเชื้อ หรือได้รับการผ่าตัดด้วยสาเหตุอื่น
    บางครั้งอาจมีไข้ หนาวสั่น ใจสั่น (ชีพจรเต้นเร็ว) อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร
    ในการปวดข้อครั้งแรก มักจะเป็นอยู่เพียงไม่กี่วัน (แม้จะไม่ได้รับการรักษา ก็จะค่อย ๆ หายไปได้เอง) ถ้าผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษา ในระยะแรก ๆ อาจกำเริบทุก 1-2 ปี โดยเป็นที่ข้อเดิม แต่ต่อมาจะเป็นถี่ขึ้นเรื่อย ๆเช่น ทุก 4-6 เดือน แล้วเป็นทุก 2-3 เดือน จนกระทั่งทุกเดือน หรือเดือนละหลายครั้ง และระยะการปวดจะนานวันขึ้นเรื่อย ๆ เช่น กลายเป็น 7-14 วัน จนกระทั่งปลายสัปดาห์หรือปวดตลอดเวลา ส่วนข้อที่ปวดก็จะเพิ่มจากข้อเดียวเป็น 2-3 ข้อ จนกระทั่งเป็นเกือบทุกข้อ
    ในระยะหลัง เมื่อข้ออักเสบหลายข้อ ผู้ป่วยมักสังเกตว่มีปุ่มก้อนขึ้นที่บริเวณที่เคยอักเสบบ่อย ๆ เช่น ข้อนิ้วเท้า ข้อนิ้วมือ ข้อศอก ข้อเข่า รวมทั้งที่หู เรียกว่า ตุ่มโทดฟ (Tophi) ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของสารยูริก ปุ่มก้อนนี้จะโตขึ้นเรื่อย ๆ จนบางครั้งแตกออกมีสารขาว ๆ คล้ายช็อล์ก หรือยาสีฟันไหลออกมา กลายเป็นแผลเรื้อรัง หายช้า ในที่สุดข้อต่าง ๆ จะค่อย ๆ พิการและใช้งานไม่ได้

อาการแทรกซ้อน
    ถ้าไม่ได้รับการรักษา อาจกลายเป็นโรคความดันโลหิตสูง (92), โรคหัวใจขาดเลือด (96), นิ่วในทางเดินปัสสาวะ (พบได้ประมาณ 25%), ภาวะไตวาย (134)

การรักษา
    1. ถ้ามีอาการชัดเจน ให้ยาเม็ดคอลชิซีน (Colchicine) ขนาด 0.5 มิลลิกรัม ครั้งแรก ให้ 1-2 เม็ด   แล้วให้ซ้ำอีกครั้งละ 1 เม็ด ทุก 1 ชั่วโมงเป็นเวลา 8 ชั่วโมง แล้วให้เป็น 1 เม็ดทุก 2 ชั่วโมง จนกว่าจะหายปวด แต่ถ้ามีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเดิน ซึ่งเกิดจากพิษของยา ก็ให้หยุดยาเสีย โดยทั่วไปจะให้ได้ประมาณ